8 เห็ดลม

Advertisements

การเพาะเห็ดนางฟ้า นางรม ภูฐาน

การเพาะเห็ดฟางในกระสอบ

เห็ดพิษ

ชนิดไหนเป็นเห็ดพิษ ซึ่งจะนำมาใช้ได้เป็นบางส่วนหรือในบางโอกาส ดังต่อไปนี้

1. นำข้าวสารมาต้มกับเห็ด ถ้าไม่เป็นพิษข้าวสารจะสุก ถ้าเป็นพิษข้าวสารจะสุกๆ ดิบๆ

2. ใช้ช้อนเงินคนต้มเห็ด ถ้าช้อนเงินกลายเป็นสีดำ จะเป็นเห็ดพิษ

3. ใช้ปูนกินหมากป้ายดอกเห็ด ถ้าเป็นเห็ดพิษจะกลายเป็นสีดำ

4. ใช้หัวหอมต้มกับเห็ด ถ้าเป็นเห็ดพิษจะเป็นสีดำ

5. ใช้มือถูเห็ดจนเป็นรอยแผล ถ้าเป็นพิษรอยแผลนั้นจะเป็นสีดำ แต่เห็ดแชมปิญญองเป็นเห็ดที่รับประทานได้ เมื่อเป็นแผลก็จะเป็นสีดำ

6. ดอกเห็ดที่มีรอยแมลงและสัตว์กัดกิน เห็ดนั้นไม่เป็นพิษ แต่กระต่ายและหอยทากสามารถกินเห็ดพิษได้

7. เห็ดที่เกิดผิดฤดูกาล มักจะเป็นพิษ แต่ในทุกวันนี้สามารถเพาะเห็ดได้ตลอดปี

8. เห็ดพิษมักจะมีสีฉูดฉาด เห็ดรับประทานได้จะมีสีอ่อน

เรื่องของเห็ด

เห็ด เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ พบทั้งในน้ำ บนบกและในอากาศ มีลักษณะคล้ายสาหร่าย แต่ไม่มีคลอโรฟิลล์ เป็นเส้นใยเล็กๆ ซึ่งแต่ละเส้นเรียกว่า ไฮฟา เส้นเหล่านี้มักอยู่รวมกันเป็นกระจุก (ไมซีเลียม) บางชนิดมีเซลล์เดียว เช่น ยีสต์บางชนิดรวมเป็นดอกเห็ด เนื่องจากไม่มีคลอโรฟิลล์มันจึง ต้องอาศัยการย่อยสลายอาหารจากภายนอก ได้แก่ อินทรีย์วัตถุทั่วไป อย่างไรก็ตาม บางชนิดอาจดำรงชีวิตแบบปรสิต หรืออยู่รวมกับสิ่งมีชีวิตอื่นโดยอาศัยประโยชน์ซึ่งกันและกัน เช่น ไลเคนส์ (เห็ดราอยู่ร่วมกับสาหร่าย) ปัจจุบันเห็ดที่นิยมรับประทานกันมีอยู่มากมายหลายชนิด มีทั้งแบบสดแบบบรรจุกระป๋อง หรือแม้แต่เห็ดตากแห้ง ปัจจุบันได้มีการทำวิจัยเกี่ยวกับเห็ดหลายเรื่อง

    ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการรักษาโรคของเห็ด โดยเห็ดที่นักวิทยาศาสตร์นำ มาวิเคราะห์นั้นส่วนใหญ่จะเป็นเห็ดที่นิยมนำมาทำเป็นอาหาร เช่น เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม เห็ดแชมปิญอง เห็ดนางฟ้า เห็ดโคน เห็ดฟาง เห็ดหูหนู หรือ เห็ดหลินจือ และมีการค้นพบว่าเห็ดแชมปิญอง มีบทบาทที่ช่วยในการรักษาและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเต้านมมากที่สุด เมื่อเทียบกับเห็ดรับประทานได้ชนิดอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าเห็ดชนิดอื่น ไม่มีประโยชน์ อย่าลืมว่าพืชผักทุกชนิดมีประโยชน์กับร่างกายทั้งสิ้น แต่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง

     เห็ดที่นิยมนำมาปรุงอาหารที่พบเห็นมากในบ้านเรา ได้แก่

เห็ดหอม ชาวจีนยกให้เห็ดหอมเป็นอาหารตำรับ “ อมตะ ” เพราะมีคุณสมบัติความเป็นยาบำรุงกำลังและบรรเทาอาการไข้หวัด การไหลเวียนเลือดไม่ดี ปวดกระเพาะอาหาร รวมทั้งอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ซึ่งเห็ดหอมจะให้โปรตีนได้มากกว่าเห็ดแชมปิญองถึง 2 เท่า นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี ซีลีเนียม และธาตุอื่นๆ ที่ร่างกายต้องการ

เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม และเห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดสามอย่างนี้อยู่ในตระกูลเดียวกัน เจริญเติบโตเป็นคล้ายพัด ซึ่งเห็ดเป๋าฮื้อจะ มีลักษณะเหนียวหนากว่าเห็ดสองชนิดแรก ซึ่งเห็ดเป๋าฮื้อสามารถป้องกันโรคหวัด ช่วยการไหลเวียนเลือด และโรคกระเพาะอาหาร

เห็ดฟาง เป็นเห็ดยอดนิยมของคนไทย นิยมเพาะกันบนกองฟางข้างชื้นๆ โคนมีสีขาว ส่วนหมวกมีสีน้ำตาลอมเทา มีวิตามินซีสูง และมีกรดอะมิโนสำคัญอยู่หลายชนิด เชื่อกันว่าหากรับประทานเป็นประจำจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการติดเชื้อต่างๆ แต่ก็ไม่ควรรับประทานสดๆ เพราะมีสารยับยั้งการดูดซึมอาหาร ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน โรคเหงือก และลดอาการผื่นคันต่างๆ

เห็ดหลินจือ นอกจากใช้รับประทานแล้ว ปัจจุบันยังมีการนำไปเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางเพราะมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย และกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัส แถมยังมีฤทธิ์แก้อักเสบ ลดความดันเลือด แก้ปวดศีรษะ รวมทั้งลดไขมันในเส้นเลือดด้วย

http://www.tistr-foodprocess.net/food_health/food_health1.htm

การเพาะเห็ดเศรษฐกิจ

งานวิชาการเกษตรดำเนินกิจกรรมการศึกษาทดสอบ
การเพาะเห็ดเศรษฐกิจชนิดต่างๆ เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดฮังการี เห็ดเป๋าฮื้อ
เห็ดขอนขาว เห็ดยานางิ(เห็ดโคนญี่ปุ่น) เป็นต้น และขยายผลสู่เกษตรกร
ในพื้นที่ศูนย์ฯ โดยการนำเกษตรกรที่สนใจเข้ารับการฝึกอบรม
ฝึกปฏิบัติและกลับไปเพาะเห็ดในพื้นที่ของตนเอง
ระยะแรกเกษตรกรก่อตั้งกลุ่มเพาะเห็ดเศรษฐกิจ สมาชิก 4 ราย
ดำเนินการเพาะเห็ดนางฟ้า เพื่อส่งจำหน่ายตลาดในท้องถิ่น
ปัจจุบันกลุ่มเพาะเห็ดมีสมาชิก 10 ราย ทำการเพาะเห็ด ยานางิ
เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงกว่า มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 6,000 บาท/เดือน
นอกจากนี้กลุ่มยังเป็นสถานที่ศึกษาดูงานและฝึกปฏิบัติการเพาะเห็ด
แก่เกษตรกรผู้สนใจงานวิชาการเกษตรศูนย์ฯได้ดำเนินโครงการ
เพื่อสนับสนุนงานอาหารกลางวัน โดยการให้โรงเรียนในพื้นที่ศูนย์ฯ และนอกพื้นที่
ที่มีความสนใจ นำนักเรียนเข้าฝึกปฏิบัติทำก้อนเชื้อเห็ดและนำก้อนเห็ด
ที่ได้กลับไปเปิดดอกที่โรงเรียนเพื่อเป็นอาหารกลางวันและ
ยังเป็นการเพิ่มทักษะวิชาชีพแก่นักเรียน เห็ด เป็นอาหารที่รู้จักกันมานาน
ว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอุดมได้ด้วยโปรตีนเทียบเท่ากับ
เนื้อสัตว์เป็นที่นิยมบริโภคในหมู่ชาวมังสวิรัติ และในปัจจุบันเห็ดชนิดต่างๆ
ยังไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ

ประโยชน์ของเห็ด

ประโยชน์ของเห็ด

ใครชอบเห็ดบ้างยกมื้อขึ้น ต้องขอยกนิ้วให้
กับคนที่ชอบรับประทานเห็ดนะคะ
เพราะเห็ดมีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย
และก็ยังมีสรรพคุณทางยา ที่ชาวจีนจัดว่า เป็นยาเย็น
ที่มีสรรพคุณช่วยลดไข้ เพิ่มพลังชีวิต แก้ร้อนใน
ช่วยให้หายหงุดหงิด บำรุงเซลล์ประสาท
สามารถรักษาอาการอัลไซเมอร์ และที่สำคัญยังสามารถ
ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย

ส่วนเรื่องรสชาติก็เรียกได้ว่า คล้ายกับเนื้อสัตว์
ยิ่งกินยิ่งเพลิน กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แถมช่วยให้คุณ
มีสุขภาพแข็งแรงด้วยนะคะ เราไปดูประโยชน์ดีๆ
จากเห็ดกันดีกว่าว่า เห็ดแต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

1.เห็ดหอมชาวจีนยกให้เห็ดหอมเป็นเห็ดอมตะ
เพราะช่วยบำรุงร่างกาย บรรเทาอาการไข้หวัด
ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
และยังเป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคไตอีกด้วย

2.เห็ดฟางเห็ดยอดนิยมของคนไทย ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
การติดเชื้อต่างๆ ลดความดันโลหิต เร่งการสมานแผล
ทั้งยังให้วิตามินซีสูง รวมทั้งให้กรดอะมิโนที่สำคัญหลายชนิด

3.เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าและเห็ดเป๋าฮื้อรสชาติคล้ายเนื้อสัตว์
คนจีนเชื่อว่าสามารถป้องกันโรคหวัด ช่วยการไหลเวียนเลือด
และโรคกระเพาะ เมนูแนะนำ:ต้มข่าไก่ อาหารไทยที่คนไทยนิยม
ทำง่ายรสชาติอร่อย แถมได้คุณค่าสารอาหารครบครัน

4.เห็ดหูหนูสามารถเพิ่มความแข็งแรงให้เม็ดเลือดขาวในผู้สูงอายุ
ทำให้ภูมิต้านทานดีขึ้น ช่วยรักษาโรคกระเพาะและริดสีดวง

5.เห็ดกระดุมหรือเห็ดแชมปิญองที่มีให้เลือกแบบสด
หรือบรรจุกระป๋อง และนับว่าเป็นเห็ดที่มีบทบาท
ในการรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่สุดด้วยนะคะ

ข้อแนะนำในการรับประทานเห็ด ควรทำให้สุกเร็วที่สุด
อย่าแช่ทิ้งไว้นาน สารอาหารจะหายไปหมดค่ะ
เห็นประโยชน์ดีๆ จากเห็ดแบบนี้อย่าลืมแวะไปหาซื้อเห็ด
มาประกอบอาหารทานกันนะคะ แล้วที่สำคัญอย่าลืม
รองท้องก่อนด้วยเครื่องดื่มธัญพืชร้อนๆ สักแก้ว
เพื่อเรียกความสดชื่นแล้วพร้อมเข้าครัวค่ะ

 

ผู้จัดทำ

น.ส.ภิรมย์ยา  ศิริกำเนิด  ม.5/5  เลขที่  33

การกำจัดศัตรูพืช

ศัตรูและการป้องกันกำจัด1. แมลง เช่น มด ปลวก ไรเห็ด วิธีแก้ไขโดยใช้สารเคมีพวก เซฟวินโรยรอบๆ กอง ห่างประมาณ 1 ศอก
อย่าโรยในกองทำประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนเริ่มกองเห็ดและควรจะโรยสารเคมีนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะเริ่มกองเห็ด
แต่อย่าโรยภายในกอง เพราะจะมีผลต่อการ ออกดอก ทั้งยังมีสารพิษตกค้างในดอกเห็ดซึ่งเกิดอันตรายต่อผู้กิน2. เห็ดคู่แข่ง คือเห็ดที่เราไม่ได้เพาะแต่ขึ้นมาด้วย หรือเชื้อโรค อื่นๆ ที่เป็นศัตรูของเห็ดฟาง เช่น พวกราต่าง ๆ
วิธีแก้คือการเก็บ ฟางไม่ควรให้ถูกฝน และถ้ามีราขึ้นให้หยิบฟางขยุ้มนั้นทิ้งให้ไกลกองเพาะ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

1. ในการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตื้ยนั้น หากมีการเพาะหลาย ๆ กองเรียงกันแล้ว จะสามารถใช้ประโยชน์จาก
เนื้อที่ระหว่างกองแต่ละกองได้อีกด้วย เนื่องจากขณะรดน้ำก็จะมีธาตุอาหาร อาหารเสริม เส้นใยเห็ดที่ถูกน้ำชะไหล
ลงไปรวมอยู่บริเวณพื้นที่ระหว่างกอง จึง ทำให้บริเวณนั้นมีอาหารครบถ้วนต่อการเกิดดอกเห็ด และยิ่งถ้าให้ ความ
เอาใจใส่ดูแลอย่างดี หมั่นตรวจดูความชื้น อุณหภูมิ ให้เหมาะสม ต่อการเกิดดอกด้วยแล้ว พื้นที่ระหว่างกองนั้น
ก็จะให้ดอกเห็ดได้ อีกด้วย2. ฟางที่จะใช้สำหรับการเพาะนั้นจะใช้ตอซัง หรือจะใช้ฟางที่ ได้จากเครื่องนวดข้าวก็ได้3. หลังจากเก็บดอกเห็ดหมดแล้ว ควรเอากองเห็ดหลาย ๆ กอง มาสุมรวมกันเป็นกองใหม่ให้กว้างประมาณ
80 ซม. ทำแบบการเพาะ เห็ดกองสูง แล้วรดน้ำพอชุ่มคลุมฟางได้สัก 6-8 วัน ก็จะเกิดดอกเห็ด ได้อีกมากพอสมควร
เก็บได้ประมาณ 10-15 วันจึงจะหมด วัสดุที่ใช้นี้ หลังจากเพาะเห็ดฟางแล้วสามารถนำไปเพาะเห็ดอย่างอื่นได้อีกด้วย
โดยแทบไม่ต้องผสมอาหารเสริมอื่น ๆ ลงไปอีกเลย หรือจะใช้เป็น ปุ๋ยหมักสำหรับต้นไม้ก็ได้ มีคุณสมบัติใกล้เคียง
กับปุ๋ยอินทรีย์ที่ กทม. ขายอยู่นั้นมาก4. เมื่อเก็บดอกเห็ดหมดแล้ว นำฟางจากกองเห็ดเก่านี้ไปหมักเป็นปุ๋ยหมักใช้กับพืชอื่น ๆ ต่อไป หรือนำฟาง
ที่ได้จากการเพาะเห็ด ไปเพาะเห็ดนางรม เป๋าฮื้อ ก็ได้5. การขุดดินตากแดด 1 สัปดาห์ ย่อยให้ดินร่วนละเอียด จะทำให้ผลผลิตเห็ดได้มากกว่าเดิมอีก 10-20%
เพราะเห็ดเกิดบนดิน รอบ ๆ ฟางได้6. การเปลี่ยนวิธีคลุมกองเห็ดตั้งแต่วันที่ 4 นับจากการเพาะ เป็นต้นไป ให้เป็นแบบหลังคาประทุนเรือจะทำ
ให้ได้เห็ดเพิ่มขึ้น

การเก็บเห็ด

เมื่อกองฟางเพาะเห็ดไปแล้ว 5-7 วัน จะเริ่มเห็นตุ่มสีขาวเล็ก ๆ เกิดขึ้น ตุ่มสีขาวเหล่านี้จะเจริญเติบโต
เป็นเห็ดต่อไป เกษตรกรจะเริ่มเก็บเห็ดได้เมื่อเพาะไปแล้วประมาณ 7-10 วัน แล้วแต่ความร้อน และการที่จะเก็บ
เห็ดได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับวิธีการเพาะและฤดูกาล คือ ฤดูร้อนและฤดูฝนจะเก็บเห็ดได้เร็วกว่าฤดูหนาว เพราะ
ความร้อน ช่วยเร่งการเจรญเติบโตของเห็ด นอกจากนั้นถ้าใส่อาหารเสริมด้วยแล้ว จะทำให้เกิดดอกเห็ดเร็วกว่า
ไม่ใส่อีกด้วย ดอกเห็ดที่ขึ้นเป็นกระจุก มีทั้งอ่อนและแก่ ถ้ามีดอกเล็ก ๆ มากกว่าดอกใหญ่ ควรรอเก็บเมื่อ
ดอกเล็กโตหรือรอเก็บชุดหลัง เก็บดอกเห็ดขึ้นทั้งกระจุกโดยใช้มือจับ ทั้งกระจุกอย่างเบาๆ แล้วหมุนซ้ายและขวา
เล็กน้อย ดึงขึ้นมาพยายามอย่าให้เส้นใยกระทบกระเทือน

http://web.ku.ac.th/agri/mush/s_6.htm